วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
ฝากทรัพย์
สัญญาฝากทรัพย์
ฝากทรัพย์เป็นสัญญาอีกชนิดหนึ่งที่พบเห็นแพร่หลายในสังคม การที่เอาทรัพย์สินไปฝากไว้กับผู้อื่นเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นไม่อาจจะดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นเป็นการชั่วคราวเพราะต้องเดินทางไกล หรือเนื่องจากตนไม่สามารถจะให้ความคุ้มครองป้องกันทรัพย์สินให้ปลอดภัยได้ จึงต้องฝากบุคคลอื่นซึ่งมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่า เช่นนำรถยนต์ไปฝากสถานรับบริการฝากรถ เป็นต้น ในปัจจุบันการฝากทรัพย์ไม่ใช่เรื่องที่ทำด้วยอัธยาศัยไมตรีเหมือนในอดีต ที่มีการฝากระหว่างเครือญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง หากแต่เป็นการกระทำในรูปธุรกิจการรับฝากทรัพย์สินเป็นการเฉพาะ และกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลาย เช่น การรับฝากรถยนต์ การรับฝากสินค้าทางการเกษตร เป็นต้น
โดยสภาพของการรับฝากทรัพย์นั้น ย่อมเป็นการก่อให้เกิดความผูกพันแก่ผู้รับมอบทรัพย์ หรือผู้รับฝาก จะต้องดูแลรักษาทรัพย์ที่ตนรับไว้ให้มีความปลอดภัย ไม่ให้เกิดการสูญหายหรือบุบสลายได้และจะต้องส่งคืนทรัพย์ที่รับมอบไว้โดยทันทีที่ผู้ฝากหรือผู้ส่งมอบทรัพย์เรียกให้ส่งคืนทรัพย์นั้น จึงกล่าวได้ว่าการฝากทรัพย์ก่อให้เกิดประโยชน์ฝ่ายเดียวแก่ผู้ฝากหรือผู้ส่งมอบทรัพย์โดยแท้ ในขณะที่ผู้รับฝากหรือผู้รับมอบทรัพย์มีภาระต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในกรณีทรัพย์ที่รับฝากหรือที่ได้รับมอบเกิดการสูญหาย หรือบุบสลาย โดยที่อาจได้รับบำเหน็จค่ารับฝากหรือค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยแล้วแต่ตกลงกัน
ตามกฎหมายเก่าของไทย ปรากฏในพระอัยการเบ็ดเสร็จ แห่งกฎหมายตราสามดวง ได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยฝากทรัพย์ 9 มาตรา เนื้อหาสาระโดยรวม สัญญาฝากทรัพย์เดิมเป็นสัญญาที่ทำให้เปล่าไม่มีการเรียกค่าตอบแทนในการรับฝากแต่อย่างใด เป็นเรื่องอัธยาศัยไมตรีต่อกันเป็นสำคัญ ได้มีการวางหลักความรับผิดในกรณีผู้รับฝากได้เอาทรัพย์ที่รับฝากไปเสีย หรือไม่ยอมส่งคืน หรือคืนไม่ตรงตามจำนวนที่ฝาก ปัจจุบันประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้
ลักษณะสัญญาฝากทรัพย์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 657 บัญญัติว่า “อันว่าฝากทรัพย์นั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับฝาก และผู้รับฝากตกลงจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตน แล้วจะคืนให้”จากบทนิยามดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการฝากทรัพย์แยกพิจารณาได้ 3 ประการคือ
1. เป็นสัญญา คือมีการตกลงกันของบุคคลได้แก่ผู้ฝากและผู้รับฝาก โดยมีวัตถุประสงค์
เป็นการฝากทรัพย์
2. ผู้ฝากส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับฝาก เพียงแต่มีเจตนาตกลงกันของคู่สัญญาสอง
ฝ่ายจะไม่มีผลเป็นสัญญาฝากทรัพย์แต่อย่างใด ผู้ฝากจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ฝากให้แก่ผู้รับฝากด้วย การส่งมอบทรัพย์สินที่ฝาก เป็นการมอบการครอบครองทรัพย์สินจากผู้ฝากไปยังผู้รับฝาก ไม่ใช่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแต่อย่างใด และจะส่งมอบโดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้เพื่อให้ผู้รับฝากได้ครอบครองทรัพย์สิน
ฎ 685/2521และ1616/2519 กรมป่าไม้ทำสัญญาจ้างผู้รับจ้างเฝ้ารักษาป่าไม้ของกลาง ซึ่งเจ้าพนักงานป่าไม้จับได้และยังคงอยู่ที่ตอที่ถูกตัดโค่นในป่าระบุชื่อ “สัญญาจ้างเฝ้ารักษา” มีข้อสัญญาว่า ผู้รับจ้างยอมรับเฝ้าไม้ของกลางโดยคิดค่าจ้างเป็นรายท่อนต่อเดือน นับจากวันทำสัญญา ถ้าไม้ซึ่งรับจ้างเฝ้าขาดหรือหายหรือเป็นอันตรายระหว่างเวลาที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบเฝ้ารักษา กรมป่าไม้ผู้จ้างอาจขนไม้ของกลางทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปจากที่เดิมเวลาใดก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้ทราบ สัญญานี้เป็นสัญญาจ้างแรงงาน มิใช่สัญญาฝากทรัพย์เพราะอำนาจการครอบครองไม้ของกลางยังอยู่แก่กรมป่าไม้ผู้จ้าง ผู้รับจ้างเพียงเฝ้าระวังไม่ให้มีผู้ใดมาลักหรือเกิดภัยพิบัติ ไม้ของกลางยังอยู่ในป่าตามเดิม ผู้รับจ้างมิได้ชักลากไปเก็บไว้ในอารักขา
สินสอด
1. สินสอดต้องเป็นทรัพย์สินเช่นเดียวกับของหมั้น
2. สินสอดต้องเป็นสิ่งที่ฝ่ายชายให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองของหญิงซึ่งมิได้ให้แก่ตัวหญิงเองอย่างของหมั้นเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งไปที่ตัวพ่อแม่ ผู้ปกครองของหญิงหากหญิงไม่มีตัวบุคคลดังกล่าวอยู่แล้วแม้จะมีการตกลงกันให้มอบทรัพย์สินนั้นแก่หญิงเองก็ไม่ทำให้ทรัพย์สินนั้นเป็นสินสอดไปได้และสินสอดที่ตกลงให้กันนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องส่งมอบให้แก่ฝ่ายหญิงทันทีอย่างของหมั้นเพียงแต่ตกลงที่จะให้หรือจะนำมาให้ภายหลังก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสินสอดที่ทำให้ฝ่ายหญิงมีสิทธิเรียกร้องได้
3.สินสอดต้องเป็นทรัพย์สินที่ให้เพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรสด้วยซึ่งต้องกินความถึงขนาดที่จะต้องมีการจดทะเบียนสมรสกันตามกฏหมายแต่ไม่ใช่การให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองของหญิงที่ให้ความยินยอมในกรณีที่หญิงยังเป็นผู้เยาว์
สินสอดเมื่อให้แล้วจะตกเป็นสิทธิของพ่อแม่ผู้ปกครองของหญิงทันทีแม้ชายหญิงจะยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็ตามเพียงแต่ฝ่ายชายอาจเรียกสินสอดคืนได้ถ้าการสมรสไม่มีขึ้นเพราะตัวหญิงเองเป็นต้นเหตุหรือเป็นเหตุที่ฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ซึ่งในกรณีนี้รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่เป็นเหตุให้ไม่มีการสมรสขึ้นถึงอย่างไรก็ตามชายหญิงจะทำการหมั้น หรือการสมรสกันโดยไม่มีสินสอดก็ได้เพียงแต่ว่าหากมีการตกลงให้สินสอดกันแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองของหญิงเท่านั้นมีสิทธิเรีนกเอาสินสอดดังกล่าวได้
จากลักษณะสำคัญของทั้งสินสอดและของหมั้นดังกล่าวจะทำให้สามารถเห็นภาพของสินสอดและทองหมั้น (ของหมั้น)ในทางกฎหมายได้ดียิ่งขึ้นมากกว่าความเข้าใจในแบบจารีตประเพณีทั่วไปซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดสิทธิตามสัญญาหมั้นแก่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงที่จะเรียกร้องหรือเรียกคืนสินสอดและของหมั้นระหว่างกันได้เท่านั้นแต่การทำสัญญาหมั้นไม่ได้เป็นเงื่อนไขของการสมรสว่าจะต้องมีการหมั้นก่อนแต่ประการใดแม้ว่าการให้ของหมั้นนั้นจะเป็นการให้เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกันหรือการให้สินสอดที่เป็นการให้ไว้เพื่อตอบแทนการที่หญิงยินยอมสมรสก็ไม่ได้หมายความว่าหากมีการผิดสัญญาคือไม่มีการสมรสเกิดขึ้นแล้วจะมีใครไปบังคับให้ชายหญิงต้องสมรสกันได้ซึ่งหากมีการบังคับกันจริงการสมรสนั้นก็ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะการสมรสจะเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ได้ชายหญิงต้องยินยอมเป็นสามีภรรยากันเท่านั้นดังนั้นความยินยอมในทางกฎหมายหรือความรักตามหลักความเป็นจริงจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สอดคล้องกันอันจะทำให้การสมรสของชายและหญิงเกิดขึ้นได้โดยสมบูรณ์
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สัญญาการจ้างและจ้างทำของ
กฎหมายจ้างแรงงานและกฎหมายจ้างทำของ
กฎหมายจ้างแรงงาน
ตามหลักกฎหมายจ้างแรงงานมาตรา 586 แยกเป็น 2 ฝ่ายคือ นายจ้างกับลูกจ้าง
นายจ้าง คือ ผู้ตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายเงินค่าจ้างเป็นสินทดแทน
ลูกจ้าง คือ ผู้ที่ได้รับเข้าทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย
ลักษณะการจ้างนั้น นายจ้างสามารถที่จะบังคับ บัญชา และสั่งการลูกจ้างได้ ส่วนในการจ่ายค่าตอบแทนการจ้างแรงงานนั้นต้องเป็นเงินของนายจ้างนำมาให้แก่ลูกจ้าง แต่ถ้าเป็นเงินของบุคคลอื่นที่มิใช่เงินของนายจ้าง แม้ว่าจะนำมาจ่ายให้แก่ลูกจ้างก็ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง
ฎีกาที่ 4032 / 2524 เงินเพิ่มตามวุฒิและค่าครองชีพที่ครูของโรงเรียนเอกชนได้รับนั้นจ่ายจากกระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่นายจ้าง เพราะไม่ใช่เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ส่วนเรื่องระยะเวลาการจ้างนั้นจะมีการทำสัญญาการจ้าง ว่านานเท่าไร กี่ปี กี่เดือน สามารถที่จะระบุ หรือกำหนดว่า เป็นลูกจ้างประจำ รวมไปถึงหน้าที่ในข้อนี้ด้วย นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามขอกฎหมายแรงงานด้วย
จากข้างต้นที่พูดไปแล้วเป็นสิทธิและหน้าที่ของลูกจ้างมาพูดถึงนางจ้างกับบ้าง นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง และต้องจ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ รวมไปถึงนายจ้างสามารถที่จะออกใบผ่านงานให้แก่ลูกจ้าง
มอบหมายงานให้แก่ลูกจ้างทำ ดูผลของงานและออดระเบียบการ แต่อย่างไรนั้นก็ต้องอยู่ใต้กฎหมายด้วย
การบอกเลิกสัญญาการจ้าง คือ ขึ้นอยู่กับลูกจ้างและนายจ้างได้ทำสัญญากันไว้ โดยมีเอกสารเป็นตัวกำหนดสัญญานั้น
การจ้างทำของ
ลักษณะของการจ้างทำของคือ ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันในการทำสัญญา ที่เป็นเอกสารกำกับ เช่น
ฎีกาที่ 3497/2528 บ้านโจทย์ชำรุดเกิดการเสียหายการก่อสร้างแบบหลักหลวม ซึ่งเป็นผลการกระทำของจำเลย จำเลยต้องรับผิดชอบ
การระงับสัญญาการจ้าง กรณีที่นายจ้างกระทำผิดต่อสัญญา ไม่หาสัมภาระตามที่กำหนด ผู้รับจ้างสามารถบอกเลิกจ้างได้
กรณีที่สอง ผู้รับจ้างต้องการจะเลิกจ้างสัญญาแม้ผู้ว่าจ้างจะไม่ผิดสัญญาหากได้จ่ายค่าสินไหมทดแทน ความเสียหายในเรื่องเกิดการจ้าง ในมาตรา 605
OK นัดดา
วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ Happy Birthday
เรียงความเรื่อง Happy Birthday
ในละครเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะเป็นการเกิ่นบทนำของเรื่อง รวมไปถึงความรู้สึกของตัวบุคคลด้วย ความรู้สึกของความรัก ความผูกพัน และความรู้สึกที่ดีที่มีให้แก่กัน ทำให้โลกใบนี้มีความน่าอยู่มากขึ้นด้วย
ในเรื่องดังกล่าวนี้ จะมีข้อความของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเรื่องย่อนั้นมีอยู่ว่า วันนั้นเป็นวันเกิดของพระเอก โดยพระเอกนัดนางเอกมาที่ร้านอาหาร นางเอกนั้นได้โทรคุยโทรศัพท์ แต่ทันใดนั้นนางเอกก็ถูกรถชน ต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่ที่ห้อง ไอ ซี ยู โดยแพทย์ได้ตรวจ นางเอกไม่สามารถรับรู้เรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่าง และจำความไม่ได้เลย ซึ่งศาลได้ตัดสินว่าบุคคลผู้นี้ได้ตายไปแล้วโดยก้านสมองไม่ทำงาน โดยหลักทางกฎหมายนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน คือ บุคคลไม่สามารถรับรู้ เป็นบุคคลที่ตายแล้ว เพราะถ้าไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์เข้ามาช่วยก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ และตอนสุดท้ายพระเอกก็แพ้คดีความดังกล่าว ตอนจบเรื่องนางเอกและพระเอกก็ได้อยู่ด้วยกันจนแก่ เถ้า หนังเรื่องนี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่คนดูเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามในทางกฎหมายแล้วจะไม่นับเอาความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เรื่องนี้จึงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน ว่าจะออกกฎหมายอย่างไร สามารถที่จะใช้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องได้ไหม โดยการใช้คำว่าแฟน สามารถมีสิทธิเท่าเทียมกับสามี หรือ ภรรยา มาดูแล และสามารถที่จะตัดสินในเรื่องทางการแพทย์ได้ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป ตามพระราชบัญญัติสุขภาพ
มาตรา24 บุคคลที่มีสิทธิความแสดงความจำนงเกี่ยวกับวิธีรักษาพยาบาลหรือปฎิเสธการรักษาที่เป็นไปเพื่อการยืดชีวิตในวาระสุดท้ายของตัวเอง เพื่อการตายอย่างสงบและมีศักดิ์ศรีของมนุษย์
ซึ่งข้อกฎหมายนี้ ขึ้นอยู่กับครอบครัวของบุคคล คนนั้นสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นด้วยหรือไม่ในการรักษาพยาบาลนี้
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
การบ้าน บทความ
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การเช่าซื้อ
ตัวอย่าง นาย ก. เช่าซื้อรถยนต์จากนาย ข. ในราคา 120,000 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อเดือนละ 1 หมื่นบาทเป็นเวลา 12 เดือน นาย ก.ใช้รถยนต์ ได้ 5 เดือน โดยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อไป 5 งวด เกิดเบื่อรถยนต์คันที่ตนเช่าซื้อจึงได้ส่งมอบรถยนต์คืนให้แก่นาย ข. เช่นนี้ กฎหมายถือว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นอัน ระงับสิ้นไปเพราะการที่นาย ก. ส่งมอบรถยนต์คืนให้แก่นาย ข. เหตุที่กฎหมายกำหนดให้สิทธิแก่ผู้เช่าซื้อที่จะบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้ ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินก็เพราะสัญญาเช่าซื้อได้กำหนดค่าเช่าซื้อจากค่าเช่าบอกราคา ทรัพย์สินนั้นเข้าไปด้วย จึงมีราคาสูงกว่าค่าเช่าทรัพย์สินธรรมดาตามสัญญาเช่าทั่วไป ผู้เช่าซื้อจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อใดก็ได้แต่ทั้งนี้ผู้เช่าซื้อจะต้อง เสียค่าใช้จ่ายในการส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่เจ้าของเอง
หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่าซื้อ
1. ต้องใช้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อตามปกติหรือตามข้อตกลงในสัญญา
2. ต้องสงวนทรัพย์สินที่เช่า เช่น วิญญูชนจะพึงสงวน
3. ต้องยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจดูทรัพย์สินที่เช่าซื้อ
4. ต้องยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่าซื้อ
5. ต้องแจ้งเหตุอันตรายแก่ทรัพย์ให้ผู้ให้เช่าได้รับรู้โดยทันที
6. ต้องไม่ดัดแปลงต่อเติมทรัพย์สินที่เช่า
7. ต้องชำระค่าเช่าซื้อเป็นเงินจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
8. ต้องรับการโอนกรรมสิทธิในทรัพย์สินซึ่งเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อ
9. ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่าเพราะความผิดของผู้เช่าเองหรือผู้เช่าช่วง
ฎีกาที่ 4601/2533สัญญาเช่าซื้อ เป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่ง เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อ ย่อมระงับไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 567 ทั้งโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อ ก็มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยผู้เช่าซื้อแล้ว สัญญาเช่าซื้อ จึงเลิกกัน จำเลยไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อ ที่ค้างชำระต่อไป แม้ตามสัญญาเช่าซื้อ จะระบุให้จำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อจนครบ ในกรณีทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ถูกโจรภัยก็ตาม แต่เมื่อจำเลย ไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อต่อไป ก็ถือได้ว่า จำเลยได้ตกลงชำระค่าเสียหาย เท่ากับค่าเช่าซื้อ ที่ค้างให้แก่โจทก์ ในกรณีนี้ ซึ่งมีลักษณะ เป็นเบี้ยปรับที่ศาล มีอำนาจลดหย่อนลงได้ หากเป็นว่า กำหนดไว้สูงเกินควร
10. ต้องรับผิดในการออกค่าใช้จ่ายเพื่อการบำรุงรักษาทรัพย์ตามปกติและการซ่อมแซม
